บทที่ 3 ตอนที่ 3 ฉันจะตายให้คุณดู!
ตอนที่ 3 ฉันจะตายให้คุณดู!
หมอภูมิยื่นดอกไม้ไปวางบนตักของเจ้าสาว เพราะเห็นว่าเธอไม่รับสักที จากนั้นก็วิ่งออกจากห้องไป ท่ามกลางความตกใจของทุกคนในงาน สื่อมวลชนในงาน รีบตามเขาไปทันที แต่เจ้าสาวกลับยังนั่งอยู่กับที่ พร้อมกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิง
“นี่มันอะไรกันอีก ตกลงเขายังจะหมั้นอยู่หรือเปล่าคะคุณพิรัตน์”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะทับทิม ผมคิดว่าเรื่องนี้คงมีคนวางแผนมาก่อกวน บอกแล้วไงว่าก่อนหน้านี้ มีคนไม่หวังดีหลายฝ่าย ที่ไม่อยากให้สองตระกูลเราหมั้นกันสำเร็จ เดี๋ยวพ่อไปดูก่อนนะลูก”
“ค่ะ”
ศินีนารถได้แต่ขานรับพ่อสั้น ๆ เธอรู้ดีว่างานหมั้นวันนี้ ถ้าผ่านไปอย่างราบรื่น ก็คงจะไม่ใช่งานหมั้น ของคุณหมอคาสโนว่าตัวพ่ออย่างภูวินทร์ เพราะเรื่องความเจ้าชู้ของเขา ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้พี่สาวของเธอ ไม่อยากแต่งงานกับเขา
“เขาเจ้าชู้ กินไม่เลือก ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แล้วไหนยังจะพวกดารานางแบบ อีกหลายคนที่ทำงานกับเขา นี่ยังไม่นับเด็กเลี้ยงของเขาอีก พี่ไม่อยากสู้รบกับผู้หญิงพวกนี้ ต่อให้เขาจะหล่อ โปรไฟล์ดี และเป็นสามีในฝันของผู้หญิงหลาย ๆ คนก็เถอะ”
“หึ! แบบนี้น่ะเหรอคะ ที่เรียกว่าสามีในฝัน พี่ชื่นชมเขาเกินไปแล้ว”
“แกจะไปไหนเฟรย์”
“จะออกไปดูสักหน่อย”
“ไม่ได้นะ เจ้าสาวไม่ควรออกจากห้องก่อนทำพิธี”
“ไอ้แพรพูดถูกนะ แกไม่ต้องไปหรอก ดูจากไลฟ์สดก็ได้ ฉันเปิดให้ดู”
ทีวีจอยักษ์ในห้อง ถูกเปิดให้ดูภาพเหตุการณ์ที่สำนักข่าวได้ถ่ายทอดสดอยู่ตอนนี้ ทับทิมเดินมานั่งกอดลูกสาวเอาไว้ ระหว่างที่ดู ภาพของดาราสวยสวยเซ็กซี่ระดับแถวหน้าของวงการ ยืนอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรมที่ใช้จัดงานเลี้ยง พร้อมข่มขู่ว่าที่เจ้าบ่าว ที่กำลังเดินขึ้นไป
“วีล่า! คุณทำบ้าอะไรอยู่”
เสียงเรียบเย็นเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น เมื่อเห็นเธอยืนขู่อยู่ริมดาดฟ้า ซึ่งพร้อมจะตกลงไปได้ทุกเมื่อ แต่สายตาของดาราสาวอย่าง “วีล่า” ที่กำลังเสียใจ มองเขาอย่างตัดพ้อ
“คุณหมอภูมิ! วันนี้ถ้าคุณกล้าแต่งงานกับคนอื่น ฉันจะตายให้คุณดู!”
เสียงของคนรอบข้างพยายามห้าม และตกใจที่ดาราสาวแถวหน้าของวงการบันเทิง กล้าขู่คุณหมอรูปหล่อ แต่คนที่ถูกขู่กลับแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อยเท่านั้น
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิวีล่า”
“คุณ!”
ภูวินทร์เดินสอดกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบาย ๆ ไม่ได้รู้สึกกลัวคำขู่ของเธอเลยสักนิด เขาเดินมาข้าง ๆ แต่เว้นระยะห่างมากพอ
“อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้นฉันจะกระโดลงไปจริง ๆ ด้วย คุณ… จะทำอะไร”
เธอถามเมื่อเห็นว่าหมอภูมิ เดินไปที่ริมดาดฟ้า ซึ่งห่างจากเธอประมาณ 5-6 ก้าว โดยไม่ได้สนใจเธอ
“ก็มาดูว่า ความสูงประมาณนี้ เวลากระโดดลงไปแล้ว สภาพศพจะยังสามารถพิสูจน์ได้หรือเปล่าว่า ผู้ตายคือใคร สภาพเละแค่ไหน เท่าที่ดู อืม… ก็น่าจะเละจนแทบจำไม่ได้เลยล่ะ กะโหลกที่กระแทกพื้นน่าจะแตกละเอียด จนเนื้อสมองกระจายออกมา พนักงานทำความสะอาดและนิติเวช คงต้องทำงานหนักสักหน่อย ส่วนแขนขาของคุณ ก็คงจะผิดที่ผิดทางไปเยอะ เพราะกระดูกน่าจะหักทั้งตัว ซี่โครงและอวัยวะภายใน…”
“พอแล้ว! นี่คุณไม่สนใจเรื่องที่ฉันจะตายเลยเหรอคะ”
“สนใจงั้นเหรอ เหอะ! คุณยังไม่สนใจชีวิตของตัวเองเลย แล้วทำไมผมต้องสนใจด้วยล่ะวีล่า”
“คุณหมอ! เราสองคน…ฮึก!”
“เราสองคนทำไมเหรอ ถ้าจะบอกว่าเราเคยทำงานด้วยกัน คุณเคยมาขอความช่วยเหลือผม ตอนที่ถ่ายทำละคร แล้วก็ยังเคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับโรงพยาบาลอีกครึ่งปี นอกจากนั้นผมก็ยังไม่เห็นความเกี่ยวข้องระหว่างเราเลย การที่คุณจะใช้เรื่องนี้มาขู่ผม มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอ ล้อเล่นกับชีวิตมากเกินไปหรือเปล่า”
“แต่เราเคยนอนด้วยกันแล้วนะคะ!”
เฮือก….
“ตายจริง กล้าพูดออกมาแบบนี้เลยเหรอ ข่าวใหญ่แน่ ๆ”
คำพูดนี้ทำให้สื่อมวลชนรีบกดอัดเสียง และถ่ายเก็บเอาไว้เป็นหลักฐาน เพราะคนที่พูดเป็นถึงดาราชื่อดัง แต่สำหรับภูวินทร์แล้ว นอกจากดึงมือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้ว ก็ยังไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรที่มากไปกว่านั้น ใบหน้าเขายังคงนิ่งสนิท เย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็ง แต่สายตาที่ดุดันยังคงเหมือนเดิม
“แล้วยังไงล่ะวีล่า คุณอย่าลืมนะว่าสิ่งที่คุณพูด มีแต่คุณที่จะเป็นฝ่ายเสียหาย เพราะการที่คนสองคนจะมีเซ็กซ์กันได้ ต้องสมัครใจทั้งสองฝ่าย และผมกับคุณในตอนนั้นต่างก็ไม่มีพันธะ ก็ไม่ถือว่าทำผิดกับใคร ผมพูดถูกต้องมั้ย”
“คุณ!”
ทุกคนก็เห็นว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องที่ไม่ผิด การที่ดาราสาวออกมาแฉแบบนี้ ก็มีแต่เธอที่จะเสียหาย
“ยังมีอะไรสั่งเสียอีกมั้ยวีล่า”
“ไม่… ไม่มี ฉัน...”
“งั้นก็ตายได้แล้วสิ เอาสิผมรอดูอยู่ พอคุณตายผมจะได้กลับไปทำพิธีหมั้นต่อ คู่หมั้นของผมยังรอให้ไปสวมแหวนหมั้นอยู่นะ”
“ไอ้บ้า! ไอ้หมอสารเลว นี่คือสิ่งที่คุณทำกับฉันเหรอ”
วีล่าร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ แต่คนที่ถูกตะโกนด่า ได้แค่ขมวดคิ้ว และส่ายศีรษะเบา ๆ ให้เธอ
“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดกับผมแล้ว คุณก็เชิญตายได้เลยนะ เอาไว้หลังจากจบเรื่อง ผมจะสั่งให้ฝ่ายนิติเวชที่โรงพยาบาล มาจัดการเรื่องศพของคุณเอง ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมต้องขอตัวกลับไปที่พิธีหมั้น ผมไปก่อนล่ะ”
